วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Toulouse

Toulouse

ตูลูซ (ฝรั่งเศสToulouse) เป็นเทศบาลในจังหวัดโอต-การอน ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของแคว้นมีดี-ปีเรเน ซึ่งติดกับประเทศสเปน แต่มีพรมแดนธรรมชาติ คือ เทือกเขาพิเรนีสคั่นไว้ ตูลูซเป็นเมืองใหญ่อันดับที่สี่ของประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันมีประชากรอยู่ราว 1,300,000 คน[1] เป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมการบินของโลก โดยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และโรงงานของแอร์บัส นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของอินเทลภาคพื้นยุโรปตลอดจนหน่วยงานด้านอวกาศของฝรั่งเศส

อุตสาหกรรม

ตูลูซ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสำคัญแห่งอุตสาหกรรมการบิน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่ระดับโลกของฝรั่งเศส ได้ชื่อว่าเป็น "บ้านของแอร์บัส" เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของพนักงานแอร์บัสมากกว่า 25,000 คน และยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตคองคอร์ด เครื่องบินความเร็วสูง และยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถไฟเตเฌเว รถไฟความเร็วสูงของฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถาบันศึกษาอวกาศแห่งชาติตูลูซ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "นาซ่าแห่งยุโรป" ที่มีพนักงานทำงานกว่า 10,000 คน อีกด้วย[1]

การศึกษา

ตูลูซถือเป็นเมืองใหญ่อันดันสามทางด้านการศึกษาของฝรั่งเศส รองจากปารีสและลียง โดยตูลูซมีจำนวนนักเรียนและนักศึกษารวมกันถึง 110,000 คน ในปี ค.ศ. 2008 และ 122,000 คน ในปี ค.ศ. 2012[7] โดยตูลูซมีชื่อเสียงด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ชั้นสูงและเทคโนโลยีมากมาย โดยเฉพาะโรงเรียนโปลีเทคนิคระดับสูงที่มีชื่อเสียงในศาสตร์เฉพาะด้าน คือ เกษตรศาสตร์, การไฟฟ้า, คอมพิวเตอร์, ธาราศาสตร์ และเคมีศาสตร์ เช่นเดียวกับที่มีสถานบันการศึกษาที่ถือว่าเป็นที่สุดยอดระดับโลกหลายด้านทั้ง วิศวรกรรมการบิน, พาณิชยกรรม, สัตวแพทยศาสตร์, สถาปัตยกรรม, กฎหมาย และศิลปะ[1]

การศึกษาระดับอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยตูลูซ (Université de Toulouse) ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1229 แต่ในปัจจุบันวลี Université de Toulouse เป็นเพียงชื่อของกลุ่มมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ในตูลูซที่มีอำนาจในการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระเฉกเช่นมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วไป โดยมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวมีดังนี้
  1. มหาวิทยาลัยตูลูซ 1 กาปีตอล (Université Toulouse 1 Capitole) เน้นเปิดสอนในสาขากฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ
  2. มหาวิทยาลัยตูลูซ - ฌ็อง โฌแร็ส (Université Toulouse - Jean Jaurès) ชื่อเดิมคือมหาวิทยาลัยตูลูซที่ 2 - เลอมีราย (Université de Toulouse II - Le Mirail) เน้นเปิดสอนด้านมนุษยศาสตร์ เช่น สาขาภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา เป็นต้น
  3. มหาวิทยาลัยตูลูซที่ 3 - ปอล ซาบาตีเย (Université Toulouse III - Paul Sabatier) เน้นเปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์และพยาบาล มหาวิทยาลัยตูลูซ 3 ตั้งชื่อตามศาสตราจารย์ปอล ซาบาตีเย ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี ค.ศ. 1912[8]
  4. สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง (grandes écoles) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาเฉพาะของฝรั่งเศสที่ขนานไปกับระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ที่ตูลูซ ได้แก่

สถาปัตยกรรม

ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชั้นสูง แต่ตูลูซก็ยังเป็นเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่สะอาด เนื่องจากทางเทศบาลเมืองได้ช่วยกันรักษารวมถึงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองตั้งแต่ยุคอาณาจักรโรมันไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ที่นี่มีทั้งสถาปัตยกรรม, โบราณวัตถุ และโบราณสถานต่าง ๆ มากมาย
ในอดีตตูลูชเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรวิซิกอทในศตวรรษที่ 5 และเป็นเมืองหลวงของแคว้นล็องก์ด็อกในปลายยุคกลาง ในนครตูลูซเป็นที่ตั้งของมรดกโลกโดยยูเนสโกสองแห่งด้วยกันคือ กานาลดูว์มีดี และ มหาวิหารแซงเซร์นัน ตึกรามบ้านช่องในใจกลางเมืองของตูลูซมักก่อด้วยอิฐสีส้มแดง ดูแลคล้ายสีกลีบดอกกุหลาบ จึงทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่า "นครสีชมพู" (La Ville Rose)

Louis Vuitton

Louis Vuitton

หลุยส์ วิตตอง เกิดในปีคศ. 1821 ที่ประเทศฝรั่งเศส เขามีชื่อเสียงจากการเป็นผู้ทำหีบใส่ของซึ่งเป็นที่นิยมมากในสังคมสมัยนั้น ในปีคศ. 1852 ภรรยาของ Napoleon ผู้ตั้งตนเป็นจักรพรรดิ์ของฝรั่งเศสในขณะนั้น เธอได้ว่าจ้างให้ Vuitton เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องการดูแลกล่องเก็บเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับเสื้อผ้ามีระดับของเธอ และนี้เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ Vuitton ได้ก้าวขึ้นเป็นคนที่มีอิทธิพลและมีลูกค้าเป็นราชวงค์อื่นๆ ตามมา จนมีชื่อเสียงโด่งดังกระทั่งทุกวันนี้
ช่วงชีวิตวัยรุ่นของ Vuitton เคยได้ฝึกงานกับคนที่เก่งและประสบความสำเร็จในการทำ กล่องเก็บของมาก ชื่อ Monsieur Marechal

ซึ่งในช่วง ศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรปนิยม กล่องเก็บของนี้มาก ถือว่ามีระดับสามารถบ่งบอกถึงความเป็นผู้ดีได้ และเพียงเวลาไม่กี่ปี Vuitton ก็ได้เป็นที่รู้จักไปทั่ว ถึงผลงานฝีมือการทำกล่องเก็บของของเขา

Vuitton ได้เปิดร้านทำกล่องเก็บของเป็นของตัวเองครั้งแรกเมื่อปีคศ. 1854 ที่ปารีส ซึ่งป้ายหน้าร้านของเขาเขียนไว้ว่า "Securely packs the most fragile objects. Specializing in packing fashions." แน่นอนแล้วว่าเขามาถูกทางที่นำเสนอการเก็บสัมภาระประเภทแฟชั่นให้กับลูกค้า
ในปีคศ. 1858 หลังจากเปิดร้านของตัวเองมาได้ 4 ปี เค้าได้ออกแบบ “หีบใส่ของ” ในแบบของตัวเอง แทนที่จะใช้วัสดุที่เป็นหนัง เขากลับเลือกใช้แคนวาส ซึ่งมีน้ำหนักที่เบากว่า ทนทาน สามารถกันน้ำและกลิ่นได้อีกต่างหาก และที่สำคัญเขาได้ออกแบบให้หีบใส่ของนั้นเปลี่ยนรูปร่างจากทรงโดม กลายเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งทำให้เวลาขนย้ายในการเดินทางนั้นสะดวกขึ้นมาก ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือเรือไอน้ำก็ตาม จนได้รับการกล่าวขานว่า Vuitton’s trunk นั้นคือ modern luggage ในเวลานั้น

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

มหาลัยที่เปิดสอน คณะโลจิตติกส์

สถาบันที่เปิดสอน

สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา
สาขาการจัดการลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศโลจิสติกส์และการขนส่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาวิชาการจัดการด้านโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเดินเรือ วิทยาลัยพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สาขาวิชาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยรังสิต
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเกริก
สาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
สาขาวิชาโลจิสติกส์ วิทยาลัยนครราชสีมา
หมวดวิชาวิศวกรรมลอจิสติกส์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สาขาวิศวกรรมโลจีสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ บัณฑิตวิทยาลัย
การจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สาขาเทคโนโลยีการจัดการจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก
หลักสูตรสำหรับคนประจำเรือ-ฝ่ายเดินเรือ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีโรงเรียนการเดินเรือบาร์เธอร์ (BIMS)
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

โลจิสติกส์

  โลจิสติกส์ หรือ ลอจิสติกส์ (อังกฤษ: logistics) เป็นระบบการจัดการการส่งสินค้า ข้อมูล และทรัพยากรอย่างอื่นจากจุดต้นทางไปยังจุดบริโภคตามความต้องการของลูกค้า โลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับการผสมผสานของ ข้อมูล การขนส่ง การบริหารวัสดุคงคลัง การจัดการวัตถุดิบ การบรรจุหีบห่อ โลจิสติกส์เป็นช่องทางหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มมูลค่าของการใช้ประโยชน์ของเวลาและสถานที่

ที่มาของคำ

คำว่า โลจิสติกส์ (logistics) มาจากภาษาฝรั่งเศสคำว่า logistique ที่มีรากศัพท์คำว่า โลเชร์ (loger) ที่หมายถึงการเก็บ โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการขนส่งสินค้าทางการทหาร ในการส่งกำลังบำรุง ทั้งเสบียง อาวุธ กำลังพล เพื่อสนับสนุนการรบ หรือ กิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ จากอีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อาจมีการจัดเก็บระยะเวลานานหรือระยะเวลาชั่วคราว เช่น เอกสาร สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ และอื่น ๆ

แนวคิด

โลจิสติกส์ มีศาสตร์แขนงต่างๆที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ศาสตร์ โดยจะมีมุมมองที่ต่างๆกัน ดังนี้วิศวกรรมศาสตร์ ซึ่ง ในส่วนวิศวกรรมศาสตร์นี้จะมีสาขาที่เกี่ยวข้อง คือ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) และ สาขาวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) โดยสาขานี้จะคำนึงถึงกิจกรรมในการเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นหลัก เพื่อให้การขนส่งสินค้านั้น มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิง หรือ เวลาในการขนส่งให้น้อยที่สุดบริหารธุรกิจ ซึ่ง สาขานี้จะมองในเรื่อง ของการขนส่งระหว่างประเทศโดยจะพิจารณา ภาษี กฎหมาย ค่าระวาง นโยบายหรือยุทธศาสตร์ทางด้านโลจิสติกส์ของแต่ละประเทศ และ การค้าระหว่างประเทศเพื่อนำมาประกอบ การวางแผนการขนส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆการจัดการสารสนเทศ ซึ่ง จะศึกษาในส่วนของ software และ hardware นำมาควบรวมกันเป็น solution หรือ บริการ ที่จะช่วยให้การดำเนินกิจกรรมทาง โลจิสติกส์มีความคล่องตัวมากขึ้น

คำนิยาม

พจนานุกรมของเว็บสเตอร์ (Webster)ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ :“สาขาวิทยาการและการปฏิบัติการทางการทหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหา การจัดส่ง การบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการรักษาพยาบาลบุคลากร พร้อมทั้งการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการต่างๆ ให้ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่สัมพันธ์กันด้วย”ในธุรกิจ นิยมใช้คำนี้กันตั้งแต่ช่วงสงครามอ่าว (Gulf War) เมื่อปี ค.ศ. 1991 โดยเฉพาะตั้งแต่ที่มีการตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์ของ William Pagonis นายพลผู้รับผิดชอบด้านลอจิสติกส์ในสงครามครั้งนั้นในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1992 สภาการจัดการลอจิสติกส์ (Council of Logistics Management : CLM) ได้ให้คำจำกัดความของคำว่าลอจิสติกส์สำหรับในธุรกิจซึ่งใช้กันโดยทั่วไป ไว้ดังนี้ :“ลอจิสติกส์ คือ ส่วนหนึ่งของกระบวนการโซ่อุปทานซึ่งจะวางแผน ดำเนินการ และควบคุมการไหลไปข้างหน้าและการไหลย้อนกลับและการจัดเก็บสินค้า การบริการ และสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกันระหว่างจุดกำเนิดและจุดบริโภคอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า”William Pagonis ให้คำจำกัดความไว้ว่าเป็น“การบูรณาการการขนส่ง การจัดหา การจัดเก็บในคลังสินค้า การบำรุงรักษา การจัดซื้อจัดหา การทำสัญญาและการทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) ไว้ในหน้าที่เดียว ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการให้ความสำคัญกับประเด็นปลีกย่อยมากกว่าเป้าหมายรวม (Suboptimization) ไม่ว่าในส่วนใด เพื่อช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายโดยรวมหรือกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ หรือพันธกิจที่เฉพาะเจาะจงได้”Martin Van Creveld ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “ลอจิสติกส์” ซึ่งเป็นคำศัพท์ของทางทหารนั้นว่าเป็น“ศิลปะแห่งการเคลื่อนย้ายกองทัพและการจัดส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารให้แก่กองทัพ”คำนิยามจาก Council of Supply Chain Management Professional (CSCMP)“การจัดการลอจิสติกส์ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโซ่อุปทานซึ่งวางแผน นำไปปฏิบัติ และควบคุมการไหลทั้งไปและกลับอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพของสินค้า บริการและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดที่มีการบริโภค เพื่อที่จะให้ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า”

กิจกรรมที่สำคัญของโลจิสติกส์

Order management/Customer service คือ การจัดการการรับหรือส่งสินค้า และ การบริการลูกค้าPackaging คือ การคัดเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อมาใช้บรรจุสินค้าMaterial handling คือ การขนถ่ายวัสดุภายในโรงงาน หรือ ในคลังสินค้าTransportations/Mode of transportations (Domestic & International) คือ การขนส่งสินค้าระหว่างสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศWarehouse management (Layout, locations, control technology/equipment, facility) คือ การจัดการคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการวางผังสินค้า หรือ สถานที่ ที่จะตั้งคลังสินค้าInventory control systems (Qty)/ material management คือ ระบบในการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนหรือกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพSupplier management/material management คือ การบริหารจัดการผู้ผลิตวัตถุดิบให้เรา (Supplier) เพื่อให้ได้ วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และ เพียงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสมDistribution center/distribution hub คือ การกำหนดแหล่งที่ตั้งในการกระจายสินค้า เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึงManufacturing/production control คือ ระบบควบคุมการผลิต

โลจิสติกส์ทางธุรกิจ

จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายกระจายสินค้า

จุดเชื่อมต่อของเครือข่ายกระจายสินค้า ประกอบไปด้วยโรงงานที่ทำการผลิตหรือประกอบผลิตภัณฑ์คลังพัสดุหรือที่เก็บสินค้า เป็นความคิดเกี่ยวกับคลังสินค้าแบบมาตรฐานเพื่อที่จะเก็บสินค้า (สินค้าคงคลังระดับสูง)ศูนย์กระจายสินค้า ใช้สำหรับกระบวนการสั่งสินค้าและการเติมเต็มคำสั่งซื้อ (สินค้าคงคลังระดับรองลงมา) และยังใช้สำหรับรับสินค้าที่ถูกตีกลับจากลูกค้าด้วยจุดโอนย้ายสินค้า เป็นจุดที่มีกิจกรรมการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ซึ่งอาจจะมีการประกอบสินค้าใหม่ตามตารางการส่งสินค้า (เคลื่อนย้ายสินค้าเท่านั้น)ร้านขายของชำ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือ ร้านค้าปลีกลูกโซ่ สหกรณ์ผู้บริโภค เป็นจุดที่รวมกำลังซื้อของผู้บริโภค และบริษัทย่อยส่วนใหญ่มีบริษัทอื่นเป็นเจ้าของและแฟรนไชส์ เป็นเจ้าของจุดขายแม้ว่าจะใช้แบรนด์ของบริษัทอื่นทั้งนี้อาจมีตัวกลางในการดำเนินงานสำหรับตัวแทนระหว่างจุดเชื่อมต่อ เช่นตัวแทนขายหรือนายหน้า

การจัดกลุ่มเชิงโลจิสติกส์และตัวชี้วัด

การจัดกลุ่มเชิงโลจิสติกส์ คือ กลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะพื้นฐานร่วมกัน มีน้ำหนักและปริมาตร ต้องการการจัดเก็บทางกายภาพเฉพาะ (อุณหภูมิ, การแผ่รังสี ฯ) ต้องได้รับการจัดการจัดเก็บ ความถี่ของการสั่งซื้อ ขนาดของบรรจุภัณฑ์ และอื่น ๆ ซึ่งตัววัดเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในแต่ละบริษัทเพื่อจัดระเบียบตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันตัวชี้วัดทางกายภาพ ถูกนำมาใช้เพื่อประเมินระบบสินค้าคงคลัง รวมถึงความจุของการสต๊อคสินค้า สมรรถนะการเลือก ใช้การวัดปริมาตร ใช้แบบผิวเผิน ความจุในการขนส่ง และการใช้ความจุในการขนส่งตัดชี้วัดทางการเงิน หมายรวมถึง ค่าใช้จ่ายจากการใช้พื้นที่ในการถือครองสินค้า (อาคารสถานที่ ชั้นวางและบริการ) และค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า (ค่าแรง เครื่องจักรในการจัดเก็บ พลังงานและค่าบำรุงรักษา)สำหรับตัวชี้วัดอื่น ๆ อาจจะแสดงในรูปแบบของทั้งภายภาพและการเงิน เช่น มาตรฐานการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง

กระบวนการจัดเก็บและสั่งซื้อ

การขนถ่ายหน่วยวัสดุ เป็นการรวมกันของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการที่ถูกเคลื่อนย้ายด้วยระบบการขนถ่ายวัสดุ ซึ่งโดยปกติจะมีหน่วยเป็นพาเลทระบบการขนถ่าย ประกอบด้วยเครื่องมือหลายอย่าง ได้แก่ trans-pallet handlers, counterweight handler, retractable mast handler, bilateral handlers, trilateral handlers, AGV and stacker handlers. ระบบการจัดเก็บ ได้แก่ การเก็บสินค้าแบบกองบนพื้น เก็บบนชั้นวาง (ทั้งแบบเคลื่อนย้ายได้และแบบเคลื่อนย้ายไม่ได้) เก็บบนชั้นวางที่มีขนาดยาวและชั้นวางแบบลาดเอียง ธนายุทร

การวัดประสิทธิภาพที่เกิดจากการดำเนินการในกิจกรรมโลจิสติกส์แก้ไข

ต้นทุนที่ใช้ในกิจกรรมโลจิสติกส์การตอบสนองอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็น อัตราการหมุนเวียนสินค้า รอบเวลาในการจัดส่งสินค้า เป็นต้นความพึงพอใจของลูกค้าความพึงพอใจของทีมงาน

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ฤดูในฝรั่งเศส


Les PARTITIFS dans l'alimentation


Les amimaux de la savane


PRONOUN SUBJECTS


ความแตกต่างของคำศัพท์ อเมริกันและอังกฤษ


ความแตกต่างของคำศัพท์ อเมริกันและอังกฤษ

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

Toulouse


ตลูซ (ฝรั่งเศส: Toulouse) อยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของแคว้นมีดี-ปีเรเน (Midi-Pyrénées) ซึ่งติดกับประเทศสเปน แต่มีพรมแดนธรรมชาติคือเทือกเขาพิเรนีสคั่นไว้

ตูลูซเป็นเมืองใหญ่อันดับที่สี่ของประเทศฝรั่งเศส ตามจำนวนประชากรที่มีอยู่ในเขตเมือง (urban area) ราว 892,115 คน และหากรวมประชากรในเขตปริมณฑล (metropolitan area) ด้วย จะมีถึง 1,250,251 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554) และความหนาแน่นของประชากร 3,800 คนต่อตารางกิโลเมตร

ภูมิศาสตร์

แม่น้ำที่สำคัญของตูลูซ คือ แม่น้ำการอน (La Garonne)

สถาปัตยกรรม

ตึกรามบ้านช่องในใจกลางเมืองของตูลูซมักก่อด้วยอิฐสีส้ม ทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่า "เมืองสีชมพู" (La Ville Rose)

เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการบินและอากาศยานเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ในเมืองตูลูซ และพื้นที่โดยรอบ ทั้งนี้ เนื่องจากตูลูซเป็นฐานการประกอบและผลิตเครื่องบินแอร์บัส (Airbus) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินแอร์บัส A 380 ตูลูซมีสนามบินของตนเองคือ ท่าอากาศยานบลาญัก (Blagnac)

การศึกษา

ตูลูซถือเป็นเมืองใหญ่อันดันสามทางด้านการศึกษาของฝรั่งเศส รองจากปารีสและลียง โดยตูลูซมีจำนวนนักเรียนและนักศึกษารวมกันถึง 110,000 คน ในปี ค.ศ. 2008 และ 122,000 คน ในปี ค.ศ. 2012[1]

การศึกษาระดับอุดมศึกษา แก้ไข
มหาวิทยาลัยตูลูซ (Université de Toulouse) ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1229 แต่ในปัจจุบันวลี Université de Toulouse เป็นเพียงชื่อของกลุ่มมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ในตูลูซที่มีอำนาจในการจัดการตนเองอย่างเป็นอิสระเฉกเช่นมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วไป โดยมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวมีดังนี้

มหาวิทยาลัยตูลูซ 1 กาปีตอล (Université Toulouse 1 Capitole) เน้นเปิดสอนในสาขากฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยตูลูซ - ฌ็อง โฌแร็ส (Université Toulouse - Jean Jaurès) ชื่อเดิมคือมหาวิทยาลัยตูลูซที่ 2 - เลอมีราย (Université de Toulouse II - Le Mirail) เน้นเปิดสอนด้านมนุษยศาสตร์ เช่น สาขาภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา เป็นต้น
มหาวิทยาลัยตูลูซที่ 3 - ปอล ซาบาตีเย (Université Toulouse III - Paul Sabatier) เน้นเปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์และพยาบาล มหาวิทยาลัยตูลูซ 3 ตั้งชื่อตามศาสตราจารย์ปอล ซาบาตีเย ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี ค.ศ. 1912[2]
สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง (grandes écoles) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาเฉพาะของฝรั่งเศสที่ขนานไปกับระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ที่ตูลูซ ได้แก่
Institut supérieur de l'aéronautique et de l'espace (ISAE) เป็นสถาบันวิศวกรรมการบินและอวกาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เกิดจากการรวมตัวของหน่วยงานย่อย SUPAERO ซึ่งเป็นสถาบันการบินของกองทัพอากาศ และ ENSICA ซึ่งเปิดสอนด้านการสร้างอากาศยาน ISAE อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงกลาโหมของฝรั่งเศส
École nationale de l'aviation civile (ENAC) หรือสถาบันการบินพลเรือนแห่งชาติ เป็นสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงนิเวศวิทยา การพัฒนาอย่างยั่งยืน และพลังงาน
National Polytechnic Institute of Toulouse (INP Toulouse)
INSA Toulouse
Toulouse Business School
Sciences Po Toulouse

Seine

              แม่น้ำเซน (Seine) รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นแม่น้ำแห่งชาติฝรั่งเศส เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชาวฝรั่งเศส มีความขลังในความโรแมนติกปรากฏอยู่ในภาพยนตร์รักหวานชื่นของฮอลลีวูดหลายเรื่อง และล่าสุดก็เป็น scene ของหนังโด่งดังเรื่อง Da Vinci Code จริงๆ แล้ว แม่น้ำเซนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม มาตั้งแต่สมัยที่โรมันยึดครองฝรั่งเศสเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว แม่น้ำเซนมีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงในภาคตะวันออกของฝรั่งเศส แถบเทือกเขาแอลป์ (Alps) ไหลมารวมกับแม่น้ำสาขาหลายสายก่อนจะไหลผ่านเมืองปารีส เป็นสายใย แห่งชีวิตของชาวฝรั่งเศส ตั้งแต่ที่ราบสูง ทางตะวันออกไปจนจรดที่ราบลุ่มทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ภูมิประเทศ เมืองชนบท สถานที่สำคัญต่างๆ ที่แม่น้ำเซนไหลผ่าน ล้วนบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประเทศ ฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี แม่น้ำเซนไหลเอื่อยๆผ่านปารีส โดยมีคลองเชื่อมหลายสายคล้าย คลึงกับแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อผ่านเมืองปารีสไปแล้ว แม่น้ำเซนก็จะไหลเลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านเมือง Rouen อันเป็นเมืองประวัติศาสตร์ ของโจน ออฟ อาร์ค หรือฌาน ดาร์ก (Jeanne d'Arc) วีรสตรีที่กู้บ้านกู้เมืองของชาวฝรั่งเศส ในยุคที่อังกฤษเข้ามารุกราน แม่น้ำเซนไหลออกสู่ทะเลที่เมือง Le Harve ซึ่งเป็นเมืองท่า ริมทะเล North Sea ที่ต่อเชื่อมกับมหาสมุทร แอตแลนติก ใกล้ช่องแคบอังกฤษ

คุ้งน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดของแม่น้ำเซน คือส่วนที่ผ่านสถานที่สำคัญๆ ที่ผู้มาเยือนทุกคนจะพลาดไปเสียไม่ได้ เช่น พิพิธภัณฑ์ Louvre, วิหาร Norte Dame, Hotel de ville คุ้งน้ำนี้มีเกาะเล็กๆ อยู่ตรงกลาง (Ile de la Cite) ใช้เป็นสวนสาธารณะและ เป็นจุดชมวิว มีสะพานข้ามแม่น้ำอยู่หลายช่วง ทั้งที่เป็นสะพานเก่าแบบโบราณและสะพานที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ มีเรือรับนักท่องเที่ยวแล่นขึ้นล่องลอดสะพานเหล่านี้อยู่เสมอ ตาม แนวสองฝั่งเป็นทางเดินกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ และท่าจอดเรือ ยกระดับขึ้นไปบนถนนก็มีร้านรวงขายของที่ระลึกต่างๆ บางคนเลือกที่จะนั่งเรือ ชมสองฝั่งแม่น้ำ แต่หลายคนก็เลือกที่จะเดินเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับคนรู้ใจ และ บางคนก็เลือกที่จะขี่จักรยาน นับเป็นถนนสายหนึ่งที่มีความงดงามและมีการจัดวางผังเมืองได้ดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก

ไม่ไกลจากคุ้งน้ำนี้ห่างออกไปเพียงระยะทางเดินสิบนาทีบนถนน Champs-Elysees (เปรียบได้กับถนนราชดำเนินของเรา) คือ หอไอเฟล (Tour Eiffel), ประตูชัย (Arc de Triumph) อันเลื่องชื่อ มนตร์เสน่ห์ของเมืองปารีสและแม่น้ำเซนยังมีอีกมากมาย แต่ เบื้องหลังนั้นคือ 'ความมีศิลปะ'และ 'การจัด การเมืองและสิ่งแวดล้อม' ที่ดีเยี่ยม เขาทำกัน อย่างไร? เราจะมาวิพากษ์วิจารณ์กันตามประสาผู้มาเยือน ให้เห็นเทียบกับกรุงเทพฯและแม่น้ำเจ้าพระยาของเรา

ลักษณะของแม่น้ำเซน

แม่น้ำเซนมีความยาวเป็นอันดับสองของฝรั่งเศส รองจากแม่น้ำลัวร์ (Le Loire) ที่ไหลผ่านตอนกลางของประเทศ มีลักษณะการไหลแบบเอื่อยๆ ไม่เชี่ยวกราก เลี้ยวลดคดเคี้ยวมาจากที่ราบสูงทางภาคตะวันออกบนเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศสที่ต่อเนื่องมาจากสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยามีความยาวใกล้เคียงกัน แต่ไหลเชี่ยวกว่า มีปริมาณน้ำมากกว่า สาขาของเจ้าพระยาคือ ปิง วัง ยม น่าน แต่ละสายล้วนเป็นหลักของภาคเหนือ เมื่อถึงคราวน้ำหลากก็จะมีปัญหาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับเมืองไทยอยู่ในเขตมรสุมจึงมีฝนตกมาก เพิ่มปริมาณน้ำหลากให้สูงขึ้น

ระดับน้ำในแม่น้ำเซนโดยปกติจะอยู่ต่ำกว่าระดับถนน 30 ฟุต (10 เมตร) ทั้งนี้เป็นเพราะมีการยกระดับถนนและการจราจรริมแม่น้ำให้สูงขึ้น เพื่อให้มีการระบาย น้ำจากพื้นผิวถนนได้ดี สิ่งสำคัญที่ช่วย การระบายน้ำอีกอย่างหนึ่ง คือการสงวนพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำนอกเขตเมืองปารีสไว้เป็นพื้นที่ชนบทสีเขียว มีต้นไม้ คลอง พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งหญ้า เพื่อซึมซับ น้ำหลาก กำหนดห้ามไม่ให้มีการสร้าง ถนนใหญ่พาดผ่านและตึกสูง มีแต่บ้านเดี่ยวและปราสาทที่มีบริเวณสวยงามตั้งอยู่กระจัดกระจาย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีต่อการระบายน้ำแล้ว ยังรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกด้วย

ลำน้ำของแม่น้ำเซนออกสีน้ำเงินเข้ม ดูใสสะอาด ไม่ขุ่นเป็นสีดิน โคลน มีสาหร่ายและวัชพืชลอยมากับกระแสน้ำบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้เพราะ ท้องน้ำเป็นหินและทราย และต้นน้ำมาจากหิมะบนภูเขาที่ละลายมาตามไหล่เขา แม้จะไหลผ่านมาหลายเมืองก่อนถึงเมืองปารีส แต่คุณภาพ น้ำก็อยู่ในขั้นดี (ดูด้วยสายตา) อาจจะเป็นเพราะการควบคุมมลพิษและ การกำหนดการใช้ที่ดินสองฝั่งแม่น้ำนั้นเข้มงวด ไม่มีโรงงาน อาคารริมน้ำที่จะปล่อยของสกปรกออกมาได้ง่ายๆ

การคมนาคมขนส่งทางน้ำ

ตลอดลำน้ำเซนมีระบบประตูน้ำที่เรียกว่า Locks และคลองเชื่อม อยู่หลายแห่ง ต่อกันเป็นระยะๆ บางแห่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโรมันและต่อเชื่อมไปถึงแม่น้ำสำคัญสายอื่นๆ เช่นแม่น้ำ Loire และ Le Marne ประตูน้ำและคลองเหล่านี้ใช้ประโยชน์หลักในด้านการคมนาคมทางน้ำมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน คลองเชื่อมใกล้เมืองปารีส ได้แก่ Canal Saint Martin, Canal Saint Denis นอกจากจะเป็นเส้นทางขนส่งทางเรือ ปัจจุบันยังกลายเป็นเส้นทางล่องเรือของนักท่องเที่ยวที่นิยม ภูมิประเทศสองฝั่งคลอง

Locks เหล่านี้เป็นประตูน้ำที่ทำหน้าที่ปรับระดับน้ำให้เหมาะสม คือยกระดับน้ำให้สูงขึ้นและปล่อยน้ำให้ต่ำลง รับช่วงกันเป็นระยะๆ เพื่อ ประโยชน์ในการเดินเรือ และควบคุมการไหลของลำน้ำ ชะลอการไหลของลำน้ำเมื่อเกิดน้ำหลากเพื่อป้องกันน้ำท่วม นับว่าเป็นวิทยาการในการจัดการการไหลของน้ำที่เหมาะสม เมืองไทยเพิ่งคิดจะวางแผนป้องกัน น้ำท่วมและแก้มลิงเอาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไปหลายครั้งหลายหนแล้ว และที่จริงก็เป็นแนวพระราชดำริของในหลวง ท่านพระองค์เดียวเท่านั้น

การที่แม่น้ำเซนไหลเอื่อยๆ ไม่เชี่ยวกราก จึงเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าทาง น้ำ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการค้าขายและเศรษฐกิจ ของฝรั่งเศสมานานหลายร้อยปี นอกจากการค้าภายในประเทศแล้ว เส้นทางขนส่งทาง เรือของแม่น้ำเซนยังต่อเนื่องไปถึงการขนส่งทางทะเลเพื่อค้าขายกับอังกฤษ และประเทศแถบสแกนดิเนเวียอีกด้วย จึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมมิใช่น้อย

แหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค

แม่น้ำเซนเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้สำหรับ ชาวเมืองปารีสเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน ปารีสดึงน้ำจากลำน้ำทาง ด้านเหนือน้ำก่อนผ่านเข้าเมืองมาเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ (reservoirs) บนเขา ที่จุดสูงสุดของเมือง บำบัดและแจกจ่ายให้กับประชากรในตัวเมืองและชานเมืองปารีสประมาณ 5.7 ล้านคน (เมื่อรวมนักท่องเที่ยวในฤดูร้อน ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 7 ล้านคน) ควบคุมด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ทันสมัยครอบคลุมทั้งเมือง รวมทั้งควบคุมการไหลของลำน้ำในแม่น้ำเซนที่ผ่านเมืองปารีสด้วย คุณภาพน้ำจากท่อประปา ในปารีส เทศบาลรับประกันว่า ดื่มได้อย่างปลอดภัย (เช่นเดียวกับในกรุงเทพฯ) แต่น้ำขวดก็ยังขายดิบขายดีอยู่นั่นเอง และจากการ สังเกตของผู้เขียน น้ำประปาจากก๊อกดูจะมีปริมาณแคลเซียมค่อนข้างสูง สังเกตจากตะกอนสีขาวที่ติดก้นกาน้ำหลังจากต้มแล้ว

ในส่วนของการจัดการน้ำเสีย และควบคุมมลพิษที่ไหลลงแม่น้ำ ปารีสมีระบบท่อ สุขาภิบาลและระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นเครือข่ายครอบคลุมทั่วถึงและมีประสิทธิภาพดี ปัจจุบันควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อย่างทั่วถึงเช่นเดียวกัน มีระบบเก็บขยะในแม่น้ำที่ดี เราจึงเห็นคุณภาพน้ำค่อนข้างดีและไม่มีขยะลอยอย่างในแม่น้ำเจ้าพระยาของคนกรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี เมื่อมีน้ำหลากในแม่น้ำเซน ก็มักจะมีรายงานการเฝ้าระวังระบบน้ำเสียเอ่อล้นลงสู่แม่น้ำอยู่เหมือนกัน และถึงจะจัดการดีอย่างไร ก็มีอย่างน้อยครั้งหนึ่งเมื่อปี 1910 ที่ปารีสถูกน้ำท่วมใหญ่ และปี 2003 ที่มีการเตรียมขนย้ายชิ้นงานศิลปะต่างๆออกจากพิพิธภัณฑ์เนื่องจาก ระดับน้ำขึ้นสูงกว่าปกติ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และจัดการเมือง

เมื่อเอ่ยถึงแม่น้ำเซน ก็จะต้องพูดถึงเมือง ปารีสไปพร้อมๆ กัน ปารีส ซึ่งปัจจุบันขึ้นชื่อว่าสวยงามและมีนักท่อง เที่ยวเดินกันยุบยับมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เคยเป็นเมืองที่คับแคบและสกปรก ในศตวรรษ ที่ 17 เกิดโรคระบาดใหญ่เนื่องจากสภาพอยู่อาศัยและระบบสุขาภิบาลไม่ดี ในเมืองมีอาคารเก่าใหญ่โตอยู่หนาแน่น มีตรอกซอกซอยเล็กๆ แคบๆ เชื่อมต่อกันวกวนไปมาหลงทางได้ง่ายๆ การระบายน้ำและบำบัดสิ่งโสโครกไม่ดี มีลักษณะที่เรียกว่า museumification หรือสภาพที่เหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีแต่ของเก่าๆ อยู่ในที่แคบๆ และมีถนนหนทางที่วนเวียนเหมือนเกมปริศนา เขาวงกต (labyrinth)

แต่ด้วยการวางแผน การจัดการที่ดี และความช่างคิดช่างทำของชาวฝรั่งเศส จึงได้พลิกจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น จุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง ทำอาคารเก่าๆ ให้กลายเป็นความขลัง แห่งเมืองปารีส เน้นสถานที่ประวัติศาสตร์ ปราสาท พระราชวังเก่าๆ ให้เป็นแหล่งดึงดูด นักท่องเที่ยว และถนนตรอกซอกซอยแคบๆ ให้เป็นทางที่คนเดินถนนสัญจรเป็นหลัก บางคนนิยมจักรยาน แต่ถ้าใครจะขับรถผ่านก็ต้อง คอยระวังและต้องให้สิทธิ์กับคนเดินถนนก่อน การจัดการแบบนี้มีประโยชน์ต่อการค้าขายของ ร้านรวงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตามถนน ทำให้ร้านรวง ขายสินค้ากับคนเดินถนนได้ดี แทนที่คนจะไปเข้าห้างใหญ่ๆ โตๆ ที่มีที่จอดรถสูงๆ

ภูมิทัศน์สองฝั่งคลองสวยงาม มีแนวเขื่อนกันตลิ่งสองฝั่งและท่าจอดเรือที่กลมกลืน กับสภาพแวดล้อมซึ่งรักษาประวัติศาสตร์และศิลปะเป็นจุดเด่น การกำหนดกฎระเบียบ ที่เข้มงวดในการปรับปรุงอาคาร แบบ และการใช้สี ประกอบกับนิสัยรักศิลปะและ 'ความเก่า' ของคนฝรั่งเศส ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เป็น 'ความเก่า' ปะปนกับ 'ความใหม่' ได้อย่างผสมกลมกลืนกัน การจัดการจราจรและระบบขนส่งมวลชนที่ดีก็มีส่วนช่วยทำให้ปารีสยังคงความสวยงามและเป็นระเบียบ การมีถนนแคบๆ ไม่สะดวกในการใช้รถใหญ่ ทำให้คนนิยมใช้รถยนต์เล็กๆประหยัดพลังงานและลดมลพิษทางอากาศไปในตัว

ปารีสมีสวนสาธารณะอยู่ทุกมุมเมือง เพิ่มสีสันและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้แก่เมือง สวน หรือ Jardin ที่มีชื่อเสียงได้แก่ Jardin de Plante, Jardin de Luxemburg สวนเหล่านี้ทำให้เมืองน่าอยู่ แม้จะมีอาคารอยู่หนาแน่น ส่วนของแม่น้ำบริเวณนอก เมืองก็ยังมีสภาพธรรมชาติเขียวร่มรื่น เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแทรกกับบ้านและปราสาท เป็นความสวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการจัดที่พักผ่อนหย่อนใจให้ชาวปารีสเพิ่มขึ้น คือบริเวณริมคลอง Canal Saint Martin และการสร้างชายหาดสำหรับเล่นน้ำริมแม่น้ำเซน Canal Saint Martin อยู่ทางด้านเหนือของคนปารีส เดิมเป็นที่พักนอนของคนเร่ร่อน แต่นายกเทศมนตรีของเมืองคนปัจจุบันได้ปรับเป็นสถานที่พักผ่อนและบันเทิงเริงรมย์ มีโรงภาพยนตร์ ร้านกาแฟ ลานน้ำพุ ลานสเกต สนามเด็กเล่น และสนามวิ่งของสุนัข (แม้ว่าคนปารีสส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ก็อดที่จะเลี้ยงสุนัขไม่ได้ ดังนั้นในยามเช้าๆ เย็นๆ ก็จะเห็นคนจูงสุนัขออกมาเดินเล่นกันขวักไขว่ โดยมีประเพณีว่าจะต้องเก็บของเสีย อันไม่พึงปรารถนากลับไปด้วย)

นิสัยที่รักศิลปะและ 'ของเก่า'

ปารีสเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม เห็นได้จากพิพิธภัณฑ์และสถานที่แสดงศิลปะ แขนงต่างๆ มากมาย เช่น Louvre, Museum d'Orsay นอกจากนั้นยังมีโรงละครที่หรูหรา ทั้งแบบคลาสสิกและแบบร่วมสมัย เช่น Grand Opera, Moulin Rouge มีโบสถ์เก่าๆ อยู่ทุกมุมเมืองและชนบท ที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้ได้ มีปราสาท หรือ chateau ให้เห็นมากมาย คนฝรั่งเศสรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้อย่างอยู่ยงคงกระพัน และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของตน ในขณะที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ก้าวหน้าไปได้อย่างไม่ล้าหลังใคร สิ่งเหล่านี้ต้องนับว่าไม่ธรรมดา และไม่ได้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลใดที่มาบริหารประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนเป็นสำคัญ ระบบการศึกษาของฝรั่งเศสน่าจะมีรากฐานที่ดีพอควรจึงหล่อหลอมคนของเขาออกมาให้รักษาเอกลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของเขาไว้ได้จนทุกวันนี้

อีกมุมมองหนึ่งที่น่าสังเกต คือสถาบัน การศึกษาของเขาอนุรักษ์อาคารเก่าๆ ดั้งเดิม อย่างที่เคยเป็นมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน เห็นได้ชัดกับมหาวิทยาลัย Sorborne ที่มีชื่อเสียง ทางด้านรัฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัย นี้ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเมืองปารีส เป็น ต้นกำเนิดแนวคิด "ประชาธิปไตย" ให้กับหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทั้งที่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และที่ประสบความสำเร็จเป็นประชาธิปไตยแต่เพียงครึ่งใบอย่างไทย) ที่สำคัญจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประชาธิปไตยของชาติไทยเรานี้ก็สามารถย้อนรอยไปได้ว่า มีต้นเค้ามาจากกลุ่มนักเรียนไทยในฝรั่งเศสที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ 70 กว่า ปีก่อน (โดยมีปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำนักเรียนไทยในยุคนั้น) ในปัจจุบันความขลังก็ยังมีอยู่ เพราะสภาพแวดล้อมและอาคารเรียนยังคงเหมือนเดิม มิได้เปลี่ยนแปลง

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

แนะนำตัว

 Bonjour
    Je m' appellp Rungtiwa. J'ai seize ans.Je suis eleve de fraçais, en prenuière à l'école Rachineeburana,à Nakhonpathom. Je viens  de Nakhopathom.  J' aime le chocolat               la musique et voyage. Je n' aime pas le spor. Je voudrais être guide,parce que j'aime voyage.
                                                                                                                         Au revoir

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประตูชัย ประเทศฝรั่งเศส

   

      อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ เดอ เลตวล (ฝรั่งเศส: Arc de triomphe de l'Étoile) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ประตูชัยฝรั่งเศส      เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจัตุรัสชาร์ล เดอ โกล (Place Charles de Gaulle) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม "จัตุรัสแห่งดวงดาว" (Place de l'Étoile) อยู่ทางทิศตะวันตกของช็องเซลีเซ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน และในปัจจุบันยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย

ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แกนกลางอันเก่าแก่" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไปยังชานกรุงปารีส ประตูชัยแห่งนี้ออกแบบโดยฌ็อง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 โดยมียุวชนเปลือยชาวฝรั่งเศสกำลังต่อสู้กับทหารเยอรมัน เต็มไปด้วยเคราและใส่เกราะเป็นสัญลักษณ์เพื่อเป็นการปลุกใจ และเป็นอนุสรณ์สถานจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1

อาร์กเดอทรียงฟ์มีความสูง 49.5 เมตร (165 ฟุต) กว้าง 45 เมตร (148 ฟุต) และลึก 22 เมตร (72 ฟุต) เป็นประตูชัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน[1] แบบของอาร์กเดอทรียงฟ์นี้ได้แนวความคิดมาจากประตูชัยไตตัส อาร์กเดอทรียงฟ์มีความใหญ่มาก เพราะหลังจากมีการสวนสนามในปรุงปารีสเมื่อปี พ.ศ. 2462 ชาร์ล โกดฟรัว ได้ขับเครื่องบินนีอูปอร์ต (Nieuport) ผ่านกลางอาร์กเดอทรียงฟ์เพื่อเป็นการสดุดีเหล่าทหารอากาศที่ได้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

เวียนนา (อังกฤษ: Vienna) หรือ วีน (เยอรมัน: Wien) เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย และเป็นชื่อเขตการปกครองในออสเตรียด้วย

เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนายังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC)

การปกครองของกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
กรุงเวียนนาแบ่งการปกครองออกเป็น 23 เขต

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความตกลงเชงเก้น


ป้ายข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเยอรมนีและประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มเชงเกนซึ่งไม่มีป้อมตรวจคนเข้าเมือง



ความตกลงเชงเกน (อังกฤษ: Schengen Agreement) เป็นความตกลงระหว่างประเทศส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปอันให้สัตยาบันเมื่อ พ.ศ. 2528 สาระสำคัญเป็นการอนุญาตให้สมาชิกในกลุ่มสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง ข้อตกลงนี้มีผลต่อประชากร 4,000,000 คนใน 24 ประเทศ (21 ธันวาคม พ.ศ. 2550) ครอบคลุมเนื้อที่ 4,268,633 ตารางกิโลเมตร (1,648,128 ตารางไมล์) นอกจากนั้นยังให้การอนุญาตชั่วคราวกับผู้ถือใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) มีสิทธิในการเดินทางได้ชั่วคราวในประเทศสมาชิกโดยถือใบอนุญาตใบเดียว ตามสนธิสัญญาอัมส์เตอร์ดัม (Treaty of Amsterdam) ข้อตกลงและตัดสินใจทุกข้อของความตกลงเชงเกนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายของสหภาพยุโรป

ประเทศที่ลงนามในความตกลงฉบับนี้มีด้วยกัน 30 ประเทศรวมทั้งประเทศในสหภาพยุโรปทุกประเทศ และประเทศนอกสหภาพอีก 3 ประเทศคือ ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศนอร์เวย์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมี 26 ประเทศที่ใช้ความตกลงนี้ สหราชอาณาจักรยังมิได้ใช้กฎนี้ หลังจากที่มีการปฏิบัติข้อตกลงนี้ด่านหรือป้อมตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่อยู่ในเครือเชงเกนก็ถูกรื้อทิ้ง[1]

ประเทศสมาชิกเชงเกนEdit

ประเทศที่อนุญาตให้ประชาชนในกลุ่มเชงเกนสามารถเดินทางระหว่างกันโดยไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง และประชาชนจากประเทศนอกกลุ่มเชงเกนเดินทางระหว่างประเทศเชงเกนได้โดยใช้ใบอนุญาตเพียงใบเดียว - ใบอนุญาตเชงเกน (Schengen Visa) ประเทศสมาชิกทั้งหมดหลังจากการเข้าร่วมเพิ่มในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2551 ประกอบด้วย
ประเทศเบลเยียม
ประเทศฝรั่งเศส
ประเทศอิตาลี
ประเทศลักเซมเบิร์ก
ประเทศเนเธอร์แลนด์
ประเทศเดนมาร์ก
ประเทศกรีซ
ประเทศโปรตุเกส
ประเทศสเปน
ประเทศเยอรมนี
ประเทศออสเตรีย
ประเทศฟินแลนด์
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ประเทศสวีเดน
ประเทศนอร์เวย์
ประเทศไอซ์แลนด์
ประเทศมอลตา
สาธารณรัฐเช็ก
ประเทศเอสโตเนีย
ประเทศฮังการี
ประเทศโปแลนด์
ประเทศสโลวาเกีย
ประเทศสโลวีเนีย
ประเทศลัตเวีย
ประเทศลิทัวเนีย
ประเทศโมนาโก
ประเทศไซปรัส เลื่อนการอนุญาตไปหนึ่งปี ประเทศบัลแกเรีย และ ประเทศโรมาเนีย ยังอยู่ในการพิจารณา

ดอกดาหลา

ต้นดาหลา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Etlingera elatior (Jack) R.M. Smith) เป็นพืชล้มลุกประเภทใบเลี้ยงเดี่ยวชนิดหนึ่งซึ่งมีดอกที่สวยงาม มีความนิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก ที่อยู่ในวงศ์ขิง( Zingiberales) ซึ่งจัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับขิงและข่านั้นเอง ส่วนลำต้นดาหลาจะอยู่ใต้ดินที่พวกเราเรียกว่าเหง้าซึ่งเหง้าที่พูดถึงนี้จะเป็นจุดกำเนิดของหน่ออ่อนของทั้งต้นและดอกดาหลาต่อไป

ต้นดาหลานอกจากจะนำมาเป็นไม้เพื่อชมความสวยงามของดอกแล้วยังสามารถนำดอกมาประกอบอาหารได้และก็มีคุณค่าทางสมุนไพรสูงมากด้วย

สายพันธุ์Edit

ดอกสีแดงได้แก่ พันธุ์บัวแดงใหญ่ พันธุ์แดงอินโด
ดอกสีชมพู ได้แก่ พันธุ์บานเย็น

การศึกษาทางด้านสารเคมีของดาหลาพบสารสำคัญในกลุ่ม phenolics และ flavonoids ทั้งในส่วนของใบ ดอก และเหง้า ซึ่งล้วนแต่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น โดยมีลำดับความแรงดังนี้ สารสกัดจากส่วนใบ > สารสกัดจากส่วนดอก > สารสกัดจากส่วนเหง้า นอกจากนี้ยังพบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย (จากน้ำมันหอมระเหยและใบ) ฤทธิ์ต้านความเป็นพิษต่อตับ (จากช่อดอก) ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase (จากใบ) และฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง (จากเหง้า) แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงการศึกษาในระดับเซลล์ หลอดทดลอง และสัตว์ทดลองเท่านั้น สำหรับการศึกษาความเป็นพิษ ยังไม่มีการรายงานความเป็นพิษของพืชชนิดนี้ อีกทั้งการรับประทานในรูปแบบของอาหารก็มีความปลอดภัยสูง แต่สำหรับผู้ที่มีประวัติการแพ้ ขิง ข่า ไพล หรือพืชในวงศ์ ZINGIBERACEAE ควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานดาหลา เนื่องจากเป็นพืชวงศ์เดียวกัน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประวัติ Alberto Contador

Alberto Contador Velasco (Spanish pronunciation: [alˈβerto kontaˈðor βeˈlasko]; born 6 December 1982) is a Spanish professional cyclist, one of six riders to have won all three Grand Tours of road cycling. He was the winner of the 2007 Tour de France with the Discovery Channel team. With the Astana team he has won the 2008 Giro d'Italia, the 2008 Vuelta a España and the 2009 Tour de France. He initially also won the 2010 Tour de France with this team, and the 2011 Giro d'Italia with team Saxo Bank-SunGard, only to be stripped of these titles later having been found guilty of a doping offence. Following his return from a suspension, he won the 2012 Vuelta a España and the 2014 Vuelta a España. Notable summit stage finishes on which he has victories include the Alto de El Angliru in the Vuelta, the Plateau de Beille in the Tour and Mount Etna in the Giro.After being widely expected to lose his tenuous lead in the 2007 Tour de France in that race's final individual time trial,Contador has become a more accomplished time trialist, with several victories in the discipline. He has earned a reputation as an all-rounder, a cyclist who excels in all aspects of stage racing which are needed for high places in the general classification.

Contador's career has been marked by doping allegations. The Operación Puerto doping case led his Astana-Würth team (a team unrelated to the current Astana team) to withdraw en masse from the 2006 Tour de France before it began. He was eventually cleared of any wrongdoing. In September 2010, Contador announced that he had tested positive for clenbuterol in a control taken during that year's Tour de France, in which he finished as winner, but although he was suspended during an investigation, he was cleared by the RFEC. A review by the Court of Arbitration for Sport initially set for June 2011was later deferred several times until February 2012, when the CAS decided that Contador be stripped of the results obtained in the 2010 Tour de France and later, which also caused him to lose his 2011 Giro d'Italia victory. He was also suspended until 5 August 2012, and his contract with Team Saxo Bank was annulled.Upon the completion of his ban, Contador rejoined the renamed Saxo Bank-Tinkoff Bank.

อัลเบร์โต กอนตาดอร์ เบลัสโก (สเปน: Alberto Contador Velasco) เกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1982 เป็นนักแข่งขันจักรยานถนน ทีมอัสตานา ของยูซีไอโปรทัวร์ เขาเป็นผู้ชนะการแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ 2007 กับทีมดิสคัฟเวอรีแชนเนล และ จีโรดีตาเลีย 2008, วูเอลตาอาเอสปันญา 2008 และ 2009 และตูร์เดอฟรองซ์ 2009 และ 2010 กับทีมอัสตานา เขาเป็นนักแข่งขันจักรยานคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์ และเป็นชาวสเปนคนแรกที่ชนะการแข่งขันทั้ง 3 ของแกรนด์ทัวร์า

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Eifel tower

                                                       หอไอเฟลเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส หากใครที่ได้ไปเมืองน้ำหอมแล้วไม่ได้ไปดูหอไอเฟลนี้เรียกว่ายังไปไม่ถึงก็อาจจะเป็นได้ นักท่องเที่ยวมากมายก็สนใจไปดูหอไอเฟลนี้แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าประวัติความเป็นมาของเจ้าหอไอเฟลนี้ งั้นเราไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นของหอไอเฟล
หอไอเฟลเป็นหอคอยเหล็กตั้งอยู่ที่ Champ de Mars ในกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส หอคอยแห่งนี้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
 หอคอยแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามผู้ออกแบบคือ Gustave Eiffel ทำการสร้างในระหว่างปี 1887-1889  น้ำหนักของหอไอเฟลคือ 7300 ตัน ยอดของหอคอยสามารถเบนออกจากแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังยอดหอคอยถึง 18 เซ็นติเมตร (7นิ้ว) ทั้งนี้ขึ้นอยูกับอุณหภูมิของเหล็กด้านที่หันหน้าเข้าสู่แสงอาทตย์ซึ่งจะ ขยายตัวเนื่องจากความร้อนที่ได้รับ นอกจากนี้ตัวหอคอยแห่งนี้ยังมีการแกว่งตัวตามแรงลมอีกด้วย โดยการแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 6-7 เซ็นติเมตร (2-3นิ้ว)
ในการก่อสร้างหอคอยแห่งนี้ ใช้คนงานก่อสร้างถึง 300 คน เพื่อประกอบเหล็กจำนวน 18038 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยใช้หมุดถึง 2.5 ล้านตัว ความเสียงที่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างสูงมาก เนื่องจากหอไอเฟลแตกต่างจากตึกสูงในปัจจุบันตรงที่เป็นหอเปลือย ไม่มีจำนวนชั้น อย่างไรก็ตามมีการเตรียมตัวรักษาความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเต็มที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการก่อสร้างเพียงคนเดียวเท่านั้น(จริงอ่ะป่าวเนี่ย)

  ในระหว่างการก่อสร้าง หอไอเฟลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงรูปร่างของหอคอย Gustave Eiffel ถูกกล่าวหาว่าพยายามสร้างงานศิลปะที่ดูแล้วไม่มีศิลปะ การก่อสร้างให้หอคอยแกว่งตัวได้ไม่คำนึงถึงหลักวิศวกรรมศาสตร์(แต่เราว่ามันก็สวยดีนะ) แต่อย่างไรก็ตาม Gustave Eiffel ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากงานก่อสร้างสะพาน กลับเป็นผู้ที่เข้าใจความสำคัญของแรงลม และเป็นผู้ที่รู้ว่าการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในโลก(ในขณะนั้น) จะต้องแน่ใจว่ามันต้องต้านทานลมได้ และในตอนต้นศตวรรษที่ 20 หอไอเฟลถูกใช้เป็นศูนย์รับส่งสัญญานวิทยุ เมื่อปี 1909 ศูนย์วิทยุถูกก่อสร้างขึ้นอย่างถาวรที่หอไอเฟล และยังปรากฎให้เห็นในปัจจุบัน

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Je me présente

Bonjour je m' appelle Runathiwa .Je suis èlére en seconde à léécole Rachiniebourana à Nakhonpathom.
J'ai quinze ans.Je parle français et aussi anglais thai .Je connais des mots français.    Au revoir .